ลิ้งค์เชื่อมต่อ

โครงการวิจัยการตลาดอาหารฮาลาลส่งออกในปากีสถาน


ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั่วโลกมีชาวมุสลิมถึงหนึ่งพันแปด ร้อยล้านคน หรือ หนึ่งในสามของประชากรโลก ถ้าพูดกันในเชิงธุรกิจด้านการส่งออกอาหาร ตลาดชาวมุสลิมถือเป็นตลาดอาหารฮาลาลที่ใหญ่มากที่หลายชาติพยายามเข้าไป แย่งส่วนแบ่งรวมถึงประเทศไทยซึ่งได้พยายามเข้าไปศึกษาศักยภาพของตลาดอาหาร ฮาลาลในชาติมุสลิมต่างๆรวมทั้งที่ปากีสถานด้วย

ประมาณกันว่า ตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลกมีมูลค่าถึงแปดหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ประ เทศไทยนั้นได้ส่วนแบ่งตลาดไม่ถึงห้าเปอร์เซ็น ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่ก็มีความหวังกันว่า ถ้าหากรัฐบาลไทยและภาคเอกชน เห็นศักยภาพของตลาดอาหาร มุสลิมและสามารถ ร่วมแรงกันอย่างแข็งขัน เพื่อส่งเสริมเรื่องนี้ ประเทศไทยอาจจะกลาย เป็นผู้ส่งออกในระดับ แถวหน้าได้ ส่วนใหญ่ไทยส่งออกอาหารฮาลาลไปที่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน สหรัฐอา หรับเอมิเรท ซาอุดิอารเบีย และ อียิปต์ ส่วนที่ส่องออกไปยังสิงคโปร์จะถูกนำไปส่ง ออกต่ออีกทีหนึ่ง อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยกำลังศึกษาหาทางขยายตลาดอาหารฮาลาลใน หลายๆ ชาติมุสลิม รวมทั้งในปากีสถานด้วย

คุณสุดารัตน์ ชูเวช เลขานุการโท ประจำสถานเอกอักราชทูตไทย ในกรุงอิสลามบัด ซึ่งรับ ผิดชอบในการศึกษาวิจัยด้านการตลาดอาหารฮาลาล เล่าถึงที่มาของโครงการนี้ว่า เป็นการ วิจัยการตลาดอาหารฮาลาล ถ้าหากว่าภาครัฐจะส่งเสริมการส่งออกอาหาร ฮาลาล เราจะเข้าไปถึงตลาดนั้นได้อย่างไร เป็นโครงการที่ริเริ่มมาจากกระทรวงการต่างประเทศ ทางกระทรวงเห็นว่าทางเมืองไทย ที่ผลิตอาหารเป็นสิ่งสำคัญอยู่แล้วและมองเห็นว่าตลาด อาหารฮาลาลเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ถ้าเปรียบเทียบแล้วมีชาวมุสลิมอยู่ทั่วโลกพันแปดร้อย กว่าล้านคน ทางกระทรวงอยากให้ ทางสถานทูตร่วมกับนักศึกษาที่จะศึกษาตัวตลาด อาหารฮาลาล ที่จะเป็นลู่ทางสำหรับนักธุรกิจและภาคเอกชนของไทย ส่งออกสินค้าเหล่านี้ ออกไปที่ตลาดเหล่านี้และ โครงการนี้เคยทำมาแล้วเมื่อปีที่แล้วที่อียิปต์และโมรอคโค ซึ่งประสบความสำเร็จ พอสมควร

คุณสุดารัตน์ ชูเวช กล่าวต่อไปว่า สำหรับที่อิสลามาบัด กำลังให้นักศึกษารวบรวมข้อมูล พื้นฐานเกี่ยวกับปากีสถานว่า ประเทศปากีสถาน เป็นอย่างไร การเมืองและเศรษฐกิจ เป็นอย่างไร หลังจากนี้จะแจกแบบ สอบถามและสำรวจตลาด ก่อนที่จะเริ่มทำรายงานการ วิจัย มีการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยเชิญอาจารย์จากเมืองไทย มาสอนเรื่องการวิจัย การตลาด เพื่อให้นักศึกษาได้แนวทางไปใช้

การวิจัยครั้งนี้จะใช้เวลาประมาณสามเดือนตั้งแต่กรกฏาคมถึงกันยายน โดยจะรวบรวมข้อ มูลจากเมืองใหญ่ๆ เช่น คาราจี ลาฮอร์ อิสลามบัด ราวัลพินดี และไฟซาลบัด ที่แสดงให้เห็นได้ว่า ปากีสถานเป็นอย่างไร คิดอย่างไร มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารอย่างไร

ตอนนี้สินค้าของไทยที่ส่งออกมาที่ปากีสถานนั้น ส่วนใหญ่เป็นอาหารฮาลาลอยู่แล้ว ถ้าเดินไปตามตลาดจะเห็นว่ามีสินค้าไทยพอสมควร ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าเพื่อประกอบ อาหารไทย เป็นอาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง หรือไม่ก็ซอสต่างๆ แต่ว่าสินค้าที่มาเป็น วัตถุดิบสำหรับอาหารของเขาจริงๆยังไม่ค่อยมี

คุณสุดารัตน์คิดว่า ถ้าหากเราได้ทำการสำรวจตรงนี้แล้ว จะได้เข้าใจถึงพฤติกรรมของชาวปากีสถานมากขึ้นว่า อาหารฮาลาลจำเป็นหรือเปล่าต้องมาจากประเทศมุสลิมเท่านั้น หรือถ้าจะมาจาก ประเทศที่ไม่ใช่ชาติมุสลิมอย่างไทยจะได้หรือไม่ เพราะแม้ว่าไทยไม่ใช่ ชาติมุสลิม แต่สามารถผลิตได้ตามมาตราฐานของอาหารฮาลาลได้ ดังนั้นจึงเห็นว่าคงจะไม่ ยากที่จะเข้ามาในตลาดแบบนี้

คุณสุดารัตน์บอกว่า การศึกษาวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จะได้รับรู้ว่า ปากีสถานเป็นอย่างไร ตลาดนี้เป็นอย่างไร มีลักษณะแบบไหน นอกจากนี้ยังจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการนี้ ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ได้เห็นอะไรอื่นๆ เพราะหลายๆคนที่มาเรียนที่มาเรียน ที่ปากีสถานจะเรียน ด้านศาสนาเป็นส่วนใหญ่

คุณมะนาวี มาอาโซ๊ะ หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่าการวิจัยครั้งนี้ คงไม่มีปัญหาเท่าไหร่ โดยเฉพาะการติดต่อ สื่อสาร เพราะมีการเตรียมพร้อมอย่างดี ไม่ว่าทั้งภาษาอังกฤษและ ภาษาอูรดู อยู่ที่ระดับของคนที่ไปสอบถาม ระดับสูงหน่อยก็จะใช้ภาษาอังกฤษ ถ้าระดับคน ธรรดาทั่วไป ก็ใช้ภาษาอูรดู (ภาษาท้องถิ่น) แต่เนื่องจากความแตกต่างด้านวัฒนธรรม ของไทยกับปากีสถาน ผู้หญิงที่นี่เขาไม่สามารถเปิดตัวได้ ก็ต้องแก้ปัญหาด้วยการเข้าไป ตีสนิทกับครอบครัวเขาก่อน ไปคุยกับสามีเขาก่อน แต่คิดว่าน่าจะได้รับความร่วมมือดี

XS
SM
MD
LG